แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เมือง

มัสยิดกรือเซะ

1. เรื่องเดิมด้วย จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 จากงบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน โครงการเทศกาลท่องเที่ยวและวัฒนธรรมสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กิจกรรมย่อย Pattani – ASEAN Water Festival 2017 ในวงเงิน 1,940,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) (เอกสารแนบ)

ศาสนสถาน

ชุมชนบางปู

“บางปู” ตำบลเล็กๆ ริมอ่าวปัตตานี ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ซึ่งถือเป็นแหล่งทำมาหากินสำคัญของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีนกน้ำอีกนับหมื่นแสนตัว ทางชุมชนจึงได้จัดให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยจัดตั้งเป็น ชุมชนท่องเที่ยวบางปู บ้านบาลาดูวอ ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยมีกิจกรรมให้เลือกมากมาย ทั้งล่องเรือชมความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ชมอุโมงค์ป่าโกงกาง เพลิดเพลินกับวิถีชาวเล ดูฝูงนกน้อยบินกลับเข้ารัง เฝ้ารอแสงสุดท้ายยามพระอาทิตย์อัสดง…และไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน ซึ่งจะเปล่งแสงเล่นเวฟกันให้ได้เห็นกันอย่างสวยงามความงดงามทางสายตาที่ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์ บวกกับความมีน้ำใจของคนในชุมชนที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายด้วยแล้ว ทำให้ “บางปู” ยังคงเป็นสถานที่ที่ยังคงมีเสน่ห์อยู่เสมอ

ชุมชน

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่แห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีน และ ชาวไทยเป็นอย่างมาก ความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมีการเล่าสืบต่อๆ กันมาเป็นตำนานเกี่ยวกับประวัติเมืองปัตตานีและในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆในตัวเมือง ทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานี บริเวณสะพานเดชานุชิต ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

ศาสนสถาน

ยะหริ่ง

ชุมชนท่องเที่ยวยะหริ่ง

มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญ คือวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ก่อสร้างเป็นเรือนไม้สไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมืองและชวา แซมประดับด้วยลวดลายฉลุ ผนวกกับเครื่องโถ ถ้วย ชาม ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีรวมถึงการทอผ้าลายปัตตานี ที่ยังมีให้เห็นที่นี้อีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมและอาคารก่อสร้างแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่อาศัยของ “ขาเดร์ แวเด็ง”ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในยะหริ่ง และมีความ

ชุมชน

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ แบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบบ้านแถบยุโรป ตัววังเป็นรูปตัวยูชั้นบนภายในอาคารจัดเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียงทั้งสองด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ลักษณะคล้ายกับท้องพระโรง ด้านข้างของตัวอาคารทั้ง 2 ด้าน เป็นห้องสำหรับพักผ่อนของเจ้าเมือง และบุตรธิดาข้างละ 4 ห้อง ส่วนชั้นล่างนั้นเป็นลานโล่งแบบใต้ถุนบ้าน ลักษณะเด่น คือ บันไดบ้านโค้งแบบยุโรป มีช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเขียว แดง และน้ำเงิน ช่องระบายอากาศ และหน้าจั่ว ทำด้วยไม้ ฉลุเป็นลวดลาย พรรณพฤกษา ตามแบบศิลปะชวา และตะวันตก ทำให้ตัววังสง่างามนอกจากความงามสง่าของอาคารทรงโปร่ง ที่แซมลวดลายฉลุประดับประดาอย่างอ่อนหวาน ผนวกกับประโยชน์ใช้สอยที่รายรอบด้วยห้องหับนานา เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวแล้ว..ตำนานของวังแห่งนี้ก็ท้าทายให้มาค้นหาเรื่องราวได้ไม่แพ้กัน ... เรือนไม้กึ่งปูน สร้างขึ้นแบบสไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมือง และชวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองยะหริ่งในปัจจุบัน นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะหริ่งยิ่งนัก เพราะสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิคหลังนี้ ได้ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจากต่างแดนอยู่เป็นกิจวัตร ปัจจุบันนี้วังยะหริ่งยังมีให้เห็นถึงความสมบูรณ์ แม้จะมีอายุการสร้างวังของเจ้าเมืองยะหริ่งมานานถึง 100 กว่าปี

โบราณสถาน

มัสยิดกรือเซะ

เป็นมัสยิดโบราณอายุกว่า 300 ปี มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดปัตตานี มีลักษณะโดดเด่นในสถาปัตยกรรมเชิงช่างผสมผสานศิลปะอาหรับสร้างขึ้นในสมัย สุลต่านมุฎอลฟัร ซาห์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสคนโตของพญาอินทิรา (เจ้านครที่รับอิสลามองค์แรก) และเป็นมัสยิดแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ที่ได้ก่อสร้างด้วยอิฐโดยใช้ฐานรากในรูปแบบพานเป็นที่ตั้งตัวมัสยิด

ศาสนสถาน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง