แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วังหนองจิก

วังหนองจิก เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองหนองจิกในสมัยเจ็ดหัวเมืองซึ่งมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งคงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนปีพ.ศ. 2437 สมัยเจ้าเมืองหนองจิก (ทัด ณ สงขลา) จนถึงเจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์วาปีเขตมุจลินทร์นฤบดินทร์ สวามิภักดิ์ (พวง ณ สงขลา) เป็นผู้อยู่อาศัยในวังนี้ วังหนองจิกล้อมรอบด้วยกำแพงวังแถบซุ้มประตูแบบสถาปัตยกรรมจีน ภายในบริเวณวังมีบ่อน้ำแผ่นอิฐที่เหลืออยู่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรม

โบราณสถาน

หมู่บ้านทำเรือกอและ หมู่บ้านปะเสยะวอ

บ้านปะเสยะวอ อำเภอปะนาเระ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการต่อเรือประมงของชาวปัตตานี และนราธิวาสที่มีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายแหลม ระบายสีสันงดงาม เรือกอและมีทั้งขนาดใหญ่ที่เป็นเรือประมงจริงๆ และขนาดเล็กที่จำลองขึ้นเพื่อเป็นของที่ระลึก ฝีมือการต่อเรือกอและ ของที่นี่ได้รับการยอมรับว่าประณีตงดงามด้วยลวดลายที่ผสมกลมกลืนระหว่างศิลปะไทยและมุสลิม ในระยะแรกเลียนแบบเทคนิคการตกแต่งเรือพระราชพิธี คือ การแกะสลัก ซึ่งต้องใช้ฝีมือและความประณีตเป็นอย่างสูง แต่ในระยะหลังใช้การวาดลวดลายจิตรกรรมแล้วระบายสี ทำให้สะดุดตาและสะดวกกว่าเรือกอและ เป็นเรือประมงที่ใช้ในแถบภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำส่วนหัวและส่วนท้ายสูงขึ้นจากลำเรือ หรืออีกแบบจะเป็นแบบหัวสั้นและท้ายตัด นิยมทาสีพื้นตลอดลำเรือ แล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาด ซึ่งลวดลายอันวิจิตรนี้เองที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือกอและ ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ เนื่องจากอิทธิพลที่ได้รับมาจากสภาพแวดล้อมอันได้แก่ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สังคมความเป็นอยู่ ซึ่งสังคมความเป็นอยู่ในจังหวัดปัตตานีนั้น ประกอบไปด้วยชนชาติ 3 ชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นคือ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมและชาวจีน จิตรกรรมที่ศิลปินไทยมุสลิมวาดตกแต่งเรือกอและมีข้อจำกัดในด้านหลักความเชื่อทางศาสนาอิสลาม จึงไม่มีภาพคนร้องรำทำเพลง หรือลักษณะที่ยั่วยุกามารมณ์ ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพสัตว์น้ำ สัตว์ในจินตนาการจากประเพณี ศาสนา วรรณคดี ศิลปการแสดงต่าง ๆ สัตว์หิมพานต์และภาพทิวทัศน์

ชุมชน

เมือง

มัสยิดกรือเซะ

1. เรื่องเดิมด้วย จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 จากงบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน โครงการเทศกาลท่องเที่ยวและวัฒนธรรมสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กิจกรรมย่อย Pattani – ASEAN Water Festival 2017 ในวงเงิน 1,940,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) (เอกสารแนบ)

ศาสนสถาน

วังพิพิธภักดี

เป็นอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเรือนหอ ของพระพิพิธภักดี ผู้สืบสกุลเจ้าเมืองยะหริ่ง เป็นบุตรคนโตของพระยาพิพิธเสนามาตย์ ได้แต่งงานกับหลานสาวพระยาสุริยสุนทรบวรภักดี เจ้าเมืองสายบุรีจึงได้สร้างวังพิพิธภักดีเป็นเรือนหออยู่ใกล้ๆกับวังสายบุรีที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิธิพลจากตะวันตก ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าเมืองสายบุรีในอดีตเป็นเมืองท่าค้าขายกับพ่อค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะชายยุโรปด้วยเหตุนี้สถาปัตยกรรมของชาวตะวันตกจึงถูกนำมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืนสวยงาม

โบราณสถาน

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่แห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีน และ ชาวไทยเป็นอย่างมาก ความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมีการเล่าสืบต่อๆ กันมาเป็นตำนานเกี่ยวกับประวัติเมืองปัตตานีและในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆในตัวเมือง ทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานี บริเวณสะพานเดชานุชิต ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

ศาสนสถาน

ยะหริ่ง

ชุมชนท่องเที่ยวยะหริ่ง

มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญ คือวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ก่อสร้างเป็นเรือนไม้สไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมืองและชวา แซมประดับด้วยลวดลายฉลุ ผนวกกับเครื่องโถ ถ้วย ชาม ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีรวมถึงการทอผ้าลายปัตตานี ที่ยังมีให้เห็นที่นี้อีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมและอาคารก่อสร้างแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่อาศัยของ “ขาเดร์ แวเด็ง”ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในยะหริ่ง และมีความ

ชุมชน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง