แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เมืองโบราณยะรัง

เปิดประตูกาลเวลาย้อนกลับไปสู่ชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย และเชื่อว่าที่นี่คือที่ตั้งอาณาจักรโบราณ “ลังกาสุกะ” หรือ “ลังยาเสียว” ตามที่มีหลักฐานปรากฏในเอกสารของจีน ชวา มลายู และอาหรับ ทั้งนี้ ลักษณะของเมืองโบราณยะรัง สันนิษฐานว่า มีผังเมืองเป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ในพื้นที่ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร และเป็นเมืองที่มีการสร้างทับซ้อนกันถึง 3 เมือง โดยขยายตัวเชื่อมต่อกันซึ่งประกอบไปด้วย• เมืองโบราณบ้านวัด  มีศูนย์กลางเป็นลานจัตุรัสกลางเมือง ล้อมรอบด้วยคูน้ำ และมีซากเนินดินโบราณสถาน กระจายอยู่โดยรอบกว่า 25 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือ ในบริเวณพื้นที่บ้านจาเละ• เมืองโบราณบ้านจาเละ มีศูนย์กลางอยู่ที่สระน้ำ ที่โอบล้อมด้วยคูเมืองรูปสี่เหลี่ยม ถัดจากกลุ่มโบราณสถานบ้านวัดขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร• เมืองโบราณบ้านปราแว เป็นเมืองคูน้ำคันดินขนาดเล็กที่มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่ามีป้อมดินทั้ง 4 มุมเมือง และมีคลองส่งน้ำต่อเชื่อมกับคูเมืองโบราณบ้านจาเละสี่มุมเมืองด้านทิศเหนือทั้ง 2 ด้าน นอกจากร่องรอยของคูน้ำ คันดินคูเมืองโบราณทั้ง 3 แห่งแล้ว ภายในกลุ่มเมืองโบราณนี้ ยังพบซากโบราณสถานเนินดินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปไม่น้อยกว่า 30 แห่ง

โบราณสถาน

ยะหริ่ง

ชุมชนท่องเที่ยวยะหริ่ง

มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญ คือวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ก่อสร้างเป็นเรือนไม้สไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมืองและชวา แซมประดับด้วยลวดลายฉลุ ผนวกกับเครื่องโถ ถ้วย ชาม ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีรวมถึงการทอผ้าลายปัตตานี ที่ยังมีให้เห็นที่นี้อีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมและอาคารก่อสร้างแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่อาศัยของ “ขาเดร์ แวเด็ง”ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในยะหริ่ง และมีความ

ชุมชน

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ แบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบบ้านแถบยุโรป ตัววังเป็นรูปตัวยูชั้นบนภายในอาคารจัดเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียงทั้งสองด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ลักษณะคล้ายกับท้องพระโรง ด้านข้างของตัวอาคารทั้ง 2 ด้าน เป็นห้องสำหรับพักผ่อนของเจ้าเมือง และบุตรธิดาข้างละ 4 ห้อง ส่วนชั้นล่างนั้นเป็นลานโล่งแบบใต้ถุนบ้าน ลักษณะเด่น คือ บันไดบ้านโค้งแบบยุโรป มีช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเขียว แดง และน้ำเงิน ช่องระบายอากาศ และหน้าจั่ว ทำด้วยไม้ ฉลุเป็นลวดลาย พรรณพฤกษา ตามแบบศิลปะชวา และตะวันตก ทำให้ตัววังสง่างามนอกจากความงามสง่าของอาคารทรงโปร่ง ที่แซมลวดลายฉลุประดับประดาอย่างอ่อนหวาน ผนวกกับประโยชน์ใช้สอยที่รายรอบด้วยห้องหับนานา เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวแล้ว..ตำนานของวังแห่งนี้ก็ท้าทายให้มาค้นหาเรื่องราวได้ไม่แพ้กัน ... เรือนไม้กึ่งปูน สร้างขึ้นแบบสไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมือง และชวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองยะหริ่งในปัจจุบัน นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะหริ่งยิ่งนัก เพราะสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิคหลังนี้ ได้ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจากต่างแดนอยู่เป็นกิจวัตร ปัจจุบันนี้วังยะหริ่งยังมีให้เห็นถึงความสมบูรณ์ แม้จะมีอายุการสร้างวังของเจ้าเมืองยะหริ่งมานานถึง 100 กว่าปี

โบราณสถาน

อำเภอโคกโพธิ์

วัดช้างให้

วัดช้างให้ หรือวัดราษฎร์บูรณะ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้ว 300 ปี เจ้าอาวาสองค์แรกชื่อ ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ก่อนที่ท่านมรณภาพได้สั่งลูกศิษย์ไว้ว่า ท่านมรณภาพ ขอให้นำศพไปทำฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ สถูปศักดิ์สิทธิ์ซี่งบรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด ประดิษฐานอยู่ที่หน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า “เขื่อนหลวงพ่อทวดเหยียบนำทะเลจืด” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปัตตานีและประเทศใกล้เคียง มีผู้คนไปกราบไหว้สักการะจำนวนมาก

ศาสนสถาน

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว

เป็นน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร สองข้างลำธารมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมตลอด ให้ความร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำร่วมกันอย่างมีความสุขการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สามารถเดินทางมาโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ถึง สามแยกนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี (ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร) จากนั้น เดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง (สายนาประดู่-ทรายขาว)เข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว (ระยะทาง 7 กิโลเมตร)

ธรรมชาติ

วังพิพิธภักดี

เป็นอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเรือนหอ ของพระพิพิธภักดี ผู้สืบสกุลเจ้าเมืองยะหริ่ง เป็นบุตรคนโตของพระยาพิพิธเสนามาตย์ ได้แต่งงานกับหลานสาวพระยาสุริยสุนทรบวรภักดี เจ้าเมืองสายบุรีจึงได้สร้างวังพิพิธภักดีเป็นเรือนหออยู่ใกล้ๆกับวังสายบุรีที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิธิพลจากตะวันตก ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าเมืองสายบุรีในอดีตเป็นเมืองท่าค้าขายกับพ่อค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะชายยุโรปด้วยเหตุนี้สถาปัตยกรรมของชาวตะวันตกจึงถูกนำมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืนสวยงาม

โบราณสถาน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง