แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Sky Walk

Sky walk แห่งนี้มีความสูงราว 12 เมตร สร้างเป็นรูปตัวแอล ระยะทางยาว 400 เมตร เชื่อมต่อจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีอยู่เดิมภายในสวน โดยโครงสร้างเป็นเหล็กทั้งหมดรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีบันไดขึ้นลงได้ 2 จุด และศาลาพักผ่อนอีก 5 จุด ความน่าสนใจอยู่ที่พื้นตาข่ายเหล็ก ที่สามารถมองทะลุลงไปเห็นพื้นดิน สร้างความตื่นเต้นหวาดเสียวได้ในทุกย่างก้าวช่วงเย็น จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมป่าโกงกาง อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณหลากหลายและนกนานาชนิด ภายในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยอนาคตจะมีโครงการก่อสร้างหอกระโดดสูงและเชือกปีนป่าย เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเต็มรูปแบบความงดงามของท้องทะเลอ่าวไทยที่มีแหลมตาชีคั่นกลาง ส่วนเบื้องล่างเป็นทิวป่าโกงกางขึ้นหนาแน่น เป็นอีกมุมมองใหม่ที่จะสัมผัสได้

ธรรมชาติ

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่แห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีน และ ชาวไทยเป็นอย่างมาก ความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมีการเล่าสืบต่อๆ กันมาเป็นตำนานเกี่ยวกับประวัติเมืองปัตตานีและในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆในตัวเมือง ทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานี บริเวณสะพานเดชานุชิต ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

ศาสนสถาน

พลับพลาที่ประทับรัชกาลที่ 7

พลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 คณะดาราศาสตร์ชาวอังกฤษและเยอรมัน คำนวนว่า พื้นที่จังหวัดปัตตานีสามารถมองเห็นสุริยุปราคาได้ชัดเจนกว่าที่จังหวัดอื่นๆ จึงกราบบังคมทูลเชิญรัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษเตรียมการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์ บริเวณสนามหญ้าไกล้ศาลารัฐบาลมณฑลปัตตานี นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันเตรียมการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์บนภูเขาหลังที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ โดยมณฑลปัตตานีได้สร้างพลับพลาไว้เพื่อเป็นที่ปรับทับของรัชกาลที่ 7 ทั้งที่อำเภอโคกโพธิ์และอำเภอเมืองปัตตานี และพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาทั้งสองแห่ง เมื่อวันที่ 9 พฤษจิกายน พ.ศ. 2472 แต่อำเภอโคกโพธิ์วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาได้ พระองค์จึงได้เสด็จมาทอดพระเนตรที่เมืองปัตตานีพลับพลาที่ประทับรัชกาลที่7 อยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 42 ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์

โบราณสถาน

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

เป็นมัสยิดที่สวยที่สุดของไทย สร้างในปี พ.ศ. 2497 เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้รูปแบบสถาปัตยกรรมมีรูปทรงคล้ายคลึงกับ ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่มีโดมบริวารสี่ทิศ มีหอคอยอยุ่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถงมีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบังลังค์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอเต็บ” ยืนอ่านคุฎบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ต่อมาใช้เป็นที่ติดตั้งลำโพง เครื่องขยายเสียงแทนเสียงกลอง ปัจจุบันขยายด้านข้างออกไปทั้งสองข้างและสร้างหอบัง(อะซาน) พร้อมขยายสระน้ำและทีอาบน้ำละหมาดไห้ดูสง่างามยิ่งขึ้น ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

ศาสนสถาน

ศาลหลักเมืองปัตตานี

ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองปัตตานีและนักท่องเที่ยวที่แวะไปเที่ยว มักจะพากันไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้มีความสุขความเจริญ ปัจจุบันได้มีการบูรณะปรับภูมิทัศน์ได้สวยงาม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2494 สมัยพระยารัตนภักดีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นศาสนสถานที่เป็นผลมาจากความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ แม้ว่าปัตตานีในปัจจุบันไม่มีผู้นับถือศาสนาพราหมณ์โดยตรง แต่ด้วยความเชื่อและประเพณีบางอย่างที่ยังเกี่ยวข้องกับพิธีพราหมณ์ จึงได้มีการก่อสร้างศาลและเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2496 เวลา 9 นาฬิกา 28 นาที สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ญาโณทัย) วัดสระเกศ เป็นผู้ให้พระฤกษ์ดวงเมือง จังหวัดปัตตานี

โบราณสถาน

ยะหริ่ง

ชุมชนท่องเที่ยวยะหริ่ง

มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญ คือวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ก่อสร้างเป็นเรือนไม้สไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมืองและชวา แซมประดับด้วยลวดลายฉลุ ผนวกกับเครื่องโถ ถ้วย ชาม ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีรวมถึงการทอผ้าลายปัตตานี ที่ยังมีให้เห็นที่นี้อีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมและอาคารก่อสร้างแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่อาศัยของ “ขาเดร์ แวเด็ง”ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในยะหริ่ง และมีความ

ชุมชน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง