แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Sky Walk

Sky walk แห่งนี้มีความสูงราว 12 เมตร สร้างเป็นรูปตัวแอล ระยะทางยาว 400 เมตร เชื่อมต่อจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีอยู่เดิมภายในสวน โดยโครงสร้างเป็นเหล็กทั้งหมดรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีบันไดขึ้นลงได้ 2 จุด และศาลาพักผ่อนอีก 5 จุด ความน่าสนใจอยู่ที่พื้นตาข่ายเหล็ก ที่สามารถมองทะลุลงไปเห็นพื้นดิน สร้างความตื่นเต้นหวาดเสียวได้ในทุกย่างก้าวช่วงเย็น จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมป่าโกงกาง อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณหลากหลายและนกนานาชนิด ภายในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยอนาคตจะมีโครงการก่อสร้างหอกระโดดสูงและเชือกปีนป่าย เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเต็มรูปแบบความงดงามของท้องทะเลอ่าวไทยที่มีแหลมตาชีคั่นกลาง ส่วนเบื้องล่างเป็นทิวป่าโกงกางขึ้นหนาแน่น เป็นอีกมุมมองใหม่ที่จะสัมผัสได้

ธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว

เป็นน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร สองข้างลำธารมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมตลอด ให้ความร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำร่วมกันอย่างมีความสุขการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สามารถเดินทางมาโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ถึง สามแยกนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี (ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร) จากนั้น เดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง (สายนาประดู่-ทรายขาว)เข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว (ระยะทาง 7 กิโลเมตร)

ธรรมชาติ

วังหนองจิก

วังหนองจิก เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองหนองจิกในสมัยเจ็ดหัวเมืองซึ่งมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งคงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนปีพ.ศ. 2437 สมัยเจ้าเมืองหนองจิก (ทัด ณ สงขลา) จนถึงเจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์วาปีเขตมุจลินทร์นฤบดินทร์ สวามิภักดิ์ (พวง ณ สงขลา) เป็นผู้อยู่อาศัยในวังนี้ วังหนองจิกล้อมรอบด้วยกำแพงวังแถบซุ้มประตูแบบสถาปัตยกรรมจีน ภายในบริเวณวังมีบ่อน้ำแผ่นอิฐที่เหลืออยู่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรม

โบราณสถาน

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ แบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบบ้านแถบยุโรป ตัววังเป็นรูปตัวยูชั้นบนภายในอาคารจัดเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียงทั้งสองด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ลักษณะคล้ายกับท้องพระโรง ด้านข้างของตัวอาคารทั้ง 2 ด้าน เป็นห้องสำหรับพักผ่อนของเจ้าเมือง และบุตรธิดาข้างละ 4 ห้อง ส่วนชั้นล่างนั้นเป็นลานโล่งแบบใต้ถุนบ้าน ลักษณะเด่น คือ บันไดบ้านโค้งแบบยุโรป มีช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเขียว แดง และน้ำเงิน ช่องระบายอากาศ และหน้าจั่ว ทำด้วยไม้ ฉลุเป็นลวดลาย พรรณพฤกษา ตามแบบศิลปะชวา และตะวันตก ทำให้ตัววังสง่างามนอกจากความงามสง่าของอาคารทรงโปร่ง ที่แซมลวดลายฉลุประดับประดาอย่างอ่อนหวาน ผนวกกับประโยชน์ใช้สอยที่รายรอบด้วยห้องหับนานา เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวแล้ว..ตำนานของวังแห่งนี้ก็ท้าทายให้มาค้นหาเรื่องราวได้ไม่แพ้กัน ... เรือนไม้กึ่งปูน สร้างขึ้นแบบสไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมือง และชวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองยะหริ่งในปัจจุบัน นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะหริ่งยิ่งนัก เพราะสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิคหลังนี้ ได้ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจากต่างแดนอยู่เป็นกิจวัตร ปัจจุบันนี้วังยะหริ่งยังมีให้เห็นถึงความสมบูรณ์ แม้จะมีอายุการสร้างวังของเจ้าเมืองยะหริ่งมานานถึง 100 กว่าปี

โบราณสถาน

มัสยิดกรือเซะ

เป็นมัสยิดโบราณอายุกว่า 300 ปี มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดปัตตานี มีลักษณะโดดเด่นในสถาปัตยกรรมเชิงช่างผสมผสานศิลปะอาหรับสร้างขึ้นในสมัย สุลต่านมุฎอลฟัร ซาห์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสคนโตของพญาอินทิรา (เจ้านครที่รับอิสลามองค์แรก) และเป็นมัสยิดแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ที่ได้ก่อสร้างด้วยอิฐโดยใช้ฐานรากในรูปแบบพานเป็นที่ตั้งตัวมัสยิด

ศาสนสถาน

พลับพลาที่ประทับรัชกาลที่ 7

พลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 คณะดาราศาสตร์ชาวอังกฤษและเยอรมัน คำนวนว่า พื้นที่จังหวัดปัตตานีสามารถมองเห็นสุริยุปราคาได้ชัดเจนกว่าที่จังหวัดอื่นๆ จึงกราบบังคมทูลเชิญรัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษเตรียมการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์ บริเวณสนามหญ้าไกล้ศาลารัฐบาลมณฑลปัตตานี นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันเตรียมการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์บนภูเขาหลังที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ โดยมณฑลปัตตานีได้สร้างพลับพลาไว้เพื่อเป็นที่ปรับทับของรัชกาลที่ 7 ทั้งที่อำเภอโคกโพธิ์และอำเภอเมืองปัตตานี และพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาทั้งสองแห่ง เมื่อวันที่ 9 พฤษจิกายน พ.ศ. 2472 แต่อำเภอโคกโพธิ์วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาได้ พระองค์จึงได้เสด็จมาทอดพระเนตรที่เมืองปัตตานีพลับพลาที่ประทับรัชกาลที่7 อยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 42 ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์

โบราณสถาน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง