แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

หมู่บ้านทำเรือกอและ หมู่บ้านปะเสยะวอ

บ้านปะเสยะวอ อำเภอปะนาเระ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการต่อเรือประมงของชาวปัตตานี และนราธิวาสที่มีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายแหลม ระบายสีสันงดงาม เรือกอและมีทั้งขนาดใหญ่ที่เป็นเรือประมงจริงๆ และขนาดเล็กที่จำลองขึ้นเพื่อเป็นของที่ระลึก ฝีมือการต่อเรือกอและ ของที่นี่ได้รับการยอมรับว่าประณีตงดงามด้วยลวดลายที่ผสมกลมกลืนระหว่างศิลปะไทยและมุสลิม ในระยะแรกเลียนแบบเทคนิคการตกแต่งเรือพระราชพิธี คือ การแกะสลัก ซึ่งต้องใช้ฝีมือและความประณีตเป็นอย่างสูง แต่ในระยะหลังใช้การวาดลวดลายจิตรกรรมแล้วระบายสี ทำให้สะดุดตาและสะดวกกว่าเรือกอและ เป็นเรือประมงที่ใช้ในแถบภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำส่วนหัวและส่วนท้ายสูงขึ้นจากลำเรือ หรืออีกแบบจะเป็นแบบหัวสั้นและท้ายตัด นิยมทาสีพื้นตลอดลำเรือ แล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาด ซึ่งลวดลายอันวิจิตรนี้เองที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือกอและ ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ เนื่องจากอิทธิพลที่ได้รับมาจากสภาพแวดล้อมอันได้แก่ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สังคมความเป็นอยู่ ซึ่งสังคมความเป็นอยู่ในจังหวัดปัตตานีนั้น ประกอบไปด้วยชนชาติ 3 ชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นคือ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมและชาวจีน จิตรกรรมที่ศิลปินไทยมุสลิมวาดตกแต่งเรือกอและมีข้อจำกัดในด้านหลักความเชื่อทางศาสนาอิสลาม จึงไม่มีภาพคนร้องรำทำเพลง หรือลักษณะที่ยั่วยุกามารมณ์ ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพสัตว์น้ำ สัตว์ในจินตนาการจากประเพณี ศาสนา วรรณคดี ศิลปการแสดงต่าง ๆ สัตว์หิมพานต์และภาพทิวทัศน์

ชุมชน

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว

เป็นน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร สองข้างลำธารมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมตลอด ให้ความร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำร่วมกันอย่างมีความสุขการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สามารถเดินทางมาโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ถึง สามแยกนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี (ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร) จากนั้น เดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง (สายนาประดู่-ทรายขาว)เข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว (ระยะทาง 7 กิโลเมตร)

ธรรมชาติ

เมืองปัตตานี

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 1 กิโลเมตร ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ในวโรกาสพระชนม์ มายุครบ 80 พรรษา ภายในบริเวณสวนมีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่าประดิษฐานอยู่ ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2537 โดยสมเด็จพระพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ริมทะเลปากแม่น้ำปัตตานี ฝั่งซ้ายไปจนจรดเขตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นสวนสมเด็จแห่งเดียวที่อยู่ติดกับทะเลหลวง เป็นสวนป่าชายเลนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับมีทิวทัศน์สวยงานร่มรื่น มีสวนน้ำ สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ผู้คนนิยมมาออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจในช่วงเช้าและช่วงเย็น

ธรรมชาติ

Sky Walk

Sky walk แห่งนี้มีความสูงราว 12 เมตร สร้างเป็นรูปตัวแอล ระยะทางยาว 400 เมตร เชื่อมต่อจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีอยู่เดิมภายในสวน โดยโครงสร้างเป็นเหล็กทั้งหมดรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีบันไดขึ้นลงได้ 2 จุด และศาลาพักผ่อนอีก 5 จุด ความน่าสนใจอยู่ที่พื้นตาข่ายเหล็ก ที่สามารถมองทะลุลงไปเห็นพื้นดิน สร้างความตื่นเต้นหวาดเสียวได้ในทุกย่างก้าวช่วงเย็น จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมป่าโกงกาง อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณหลากหลายและนกนานาชนิด ภายในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยอนาคตจะมีโครงการก่อสร้างหอกระโดดสูงและเชือกปีนป่าย เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเต็มรูปแบบความงดงามของท้องทะเลอ่าวไทยที่มีแหลมตาชีคั่นกลาง ส่วนเบื้องล่างเป็นทิวป่าโกงกางขึ้นหนาแน่น เป็นอีกมุมมองใหม่ที่จะสัมผัสได้

ธรรมชาติ

ยะหริ่ง

ชุมชนท่องเที่ยวยะหริ่ง

มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญ คือวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ก่อสร้างเป็นเรือนไม้สไตล์ยุโรป ผสมผสานศิลปกรรมพื้นเมืองและชวา แซมประดับด้วยลวดลายฉลุ ผนวกกับเครื่องโถ ถ้วย ชาม ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีรวมถึงการทอผ้าลายปัตตานี ที่ยังมีให้เห็นที่นี้อีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมและอาคารก่อสร้างแล้ว ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่อาศัยของ “ขาเดร์ แวเด็ง”ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในยะหริ่ง และมีความ

ชุมชน

วังหนองจิก

วังหนองจิก เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองหนองจิกในสมัยเจ็ดหัวเมืองซึ่งมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งคงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนปีพ.ศ. 2437 สมัยเจ้าเมืองหนองจิก (ทัด ณ สงขลา) จนถึงเจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์วาปีเขตมุจลินทร์นฤบดินทร์ สวามิภักดิ์ (พวง ณ สงขลา) เป็นผู้อยู่อาศัยในวังนี้ วังหนองจิกล้อมรอบด้วยกำแพงวังแถบซุ้มประตูแบบสถาปัตยกรรมจีน ภายในบริเวณวังมีบ่อน้ำแผ่นอิฐที่เหลืออยู่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรม

โบราณสถาน

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง