แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

มัสยิดกรือเซะ

เป็นมัสยิดโบราณอายุกว่า 300 ปี มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดปัตตานี มีลักษณะโดดเด่นในสถาปัตยกรรมเชิงช่างผสมผสานศิลปะอาหรับสร้างขึ้นในสมัย สุลต่านมุฎอลฟัร ซาห์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสคนโตของพญาอินทิรา (เจ้านครที่รับอิสลามองค์แรก) และเป็นมัสยิดแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ที่ได้ก่อสร้างด้วยอิฐโดยใช้ฐานรากในรูปแบบพานเป็นที่ตั้งตัวมัสยิด

ศาสนสถาน

วังพิพิธภักดี

เป็นอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเรือนหอ ของพระพิพิธภักดี ผู้สืบสกุลเจ้าเมืองยะหริ่ง เป็นบุตรคนโตของพระยาพิพิธเสนามาตย์ ได้แต่งงานกับหลานสาวพระยาสุริยสุนทรบวรภักดี เจ้าเมืองสายบุรีจึงได้สร้างวังพิพิธภักดีเป็นเรือนหออยู่ใกล้ๆกับวังสายบุรีที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิธิพลจากตะวันตก ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าเมืองสายบุรีในอดีตเป็นเมืองท่าค้าขายกับพ่อค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะชายยุโรปด้วยเหตุนี้สถาปัตยกรรมของชาวตะวันตกจึงถูกนำมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืนสวยงาม

โบราณสถาน

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่แห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีน และ ชาวไทยเป็นอย่างมาก ความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมีการเล่าสืบต่อๆ กันมาเป็นตำนานเกี่ยวกับประวัติเมืองปัตตานีและในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆในตัวเมือง ทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานี บริเวณสะพานเดชานุชิต ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

ศาสนสถาน

วังหนองจิก

วังหนองจิก เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองหนองจิกในสมัยเจ็ดหัวเมืองซึ่งมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งคงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนปีพ.ศ. 2437 สมัยเจ้าเมืองหนองจิก (ทัด ณ สงขลา) จนถึงเจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พระยาเพชราภิบาลนฤเบศร์วาปีเขตมุจลินทร์นฤบดินทร์ สวามิภักดิ์ (พวง ณ สงขลา) เป็นผู้อยู่อาศัยในวังนี้ วังหนองจิกล้อมรอบด้วยกำแพงวังแถบซุ้มประตูแบบสถาปัตยกรรมจีน ภายในบริเวณวังมีบ่อน้ำแผ่นอิฐที่เหลืออยู่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรม

โบราณสถาน

หมู่บ้านทำเรือกอและ หมู่บ้านปะเสยะวอ

บ้านปะเสยะวอ อำเภอปะนาเระ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการต่อเรือประมงของชาวปัตตานี และนราธิวาสที่มีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายแหลม ระบายสีสันงดงาม เรือกอและมีทั้งขนาดใหญ่ที่เป็นเรือประมงจริงๆ และขนาดเล็กที่จำลองขึ้นเพื่อเป็นของที่ระลึก ฝีมือการต่อเรือกอและ ของที่นี่ได้รับการยอมรับว่าประณีตงดงามด้วยลวดลายที่ผสมกลมกลืนระหว่างศิลปะไทยและมุสลิม ในระยะแรกเลียนแบบเทคนิคการตกแต่งเรือพระราชพิธี คือ การแกะสลัก ซึ่งต้องใช้ฝีมือและความประณีตเป็นอย่างสูง แต่ในระยะหลังใช้การวาดลวดลายจิตรกรรมแล้วระบายสี ทำให้สะดุดตาและสะดวกกว่าเรือกอและ เป็นเรือประมงที่ใช้ในแถบภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำส่วนหัวและส่วนท้ายสูงขึ้นจากลำเรือ หรืออีกแบบจะเป็นแบบหัวสั้นและท้ายตัด นิยมทาสีพื้นตลอดลำเรือ แล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาด ซึ่งลวดลายอันวิจิตรนี้เองที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือกอและ ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ เนื่องจากอิทธิพลที่ได้รับมาจากสภาพแวดล้อมอันได้แก่ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สังคมความเป็นอยู่ ซึ่งสังคมความเป็นอยู่ในจังหวัดปัตตานีนั้น ประกอบไปด้วยชนชาติ 3 ชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นคือ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมและชาวจีน จิตรกรรมที่ศิลปินไทยมุสลิมวาดตกแต่งเรือกอและมีข้อจำกัดในด้านหลักความเชื่อทางศาสนาอิสลาม จึงไม่มีภาพคนร้องรำทำเพลง หรือลักษณะที่ยั่วยุกามารมณ์ ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพสัตว์น้ำ สัตว์ในจินตนาการจากประเพณี ศาสนา วรรณคดี ศิลปการแสดงต่าง ๆ สัตว์หิมพานต์และภาพทิวทัศน์

ชุมชน

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว

เป็นน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร สองข้างลำธารมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมตลอด ให้ความร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำร่วมกันอย่างมีความสุขการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สามารถเดินทางมาโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ถึง สามแยกนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี (ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร) จากนั้น เดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง (สายนาประดู่-ทรายขาว)เข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว (ระยะทาง 7 กิโลเมตร)

ธรรมชาติ

บอกเล่าความประทับใจ
ผ่านโปสการ์ด ...
กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง